Categories

ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยเจอเหตุการณ์ประมาณแบบนี้กันครับ
 
ในเช้าวันหนึ่งที่เรามีนัดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสอบ ประชุม หรือเดทครั้งแรก
เราจะเผลอตื่นสายเสมอ......
แล้วไม่ว่าจะเป็นวันที่ฟ้าใสไร้ฝน ไร้อุบัติเหตุแค่ไหน
รถจะติดกว่าเป็นพิเศษเสมอ.....
 
Yell อะไรเนี่ยยยยยย!!!?!?!?!
 
แล้วพอเราอยู่บนถนน เราก็ต้องพยายามหาทางที่จะไปให้ถึงที่เร็วที่สุดให้ได้!! Yell
และแน่นอนเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นครับ..
 
เรากำลังขับรถอย่างเร่งด่วน...
 
แต่เลนที่เราอยู่กลับติดแหงกซะงั้น Undecided
 
แต่พอหันเหลือบไปด้านขวา ก็เห็นรถค่อยๆขยับตัวอย่างเรื่อยๆ!!
 
 
แต่เหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ....
 
 
 
 
สุดท้ายก็ไปถึงอย่างฉิวเฉียดหรือสายซะแล้ว Tongue outUndecided
 
และสำหรับคนเคยผ่านการสอบมา ผมเชื่อว่าสักครั้งหนึ่งในการสอบทุกคนต้องเจอแบบนี้ครับ
 
ไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหมือนนั่งไทม์แมชชีน
เมื่อวานเหมือนเปิดเทอม พรุ่งนี้วันสอบซะงั้น!!! Foot in mouth
สุดท้ายต้องงัดไม้ตาย กลายเป็นอัจฉริยะข้ามคืน!!!!!
อ่านมันรวดเดียวในคืนเดียวนี่แหละ!!! Foot in mouth
 
 
 
ทำไมมันยากงี้ฟระ ไม่เห็นจะจำได้ตอนเรียน Undecided
เอาวะ!!!
 
 
พอเวลาสอบมาถึง....
 
 
คิดอยู่ในใจ "นั่นไง ตรูว่าแล้ว....."
 
 
สุดท้ายก็ต้องเว้นข้อนึงไปอย่างงามๆ Tongue out
 
ผมว่าทุกคนต้องเคยเจออะไรอย่างนี้มาแล้วสักครั้งหนึ่งในชีวิต
และเมื่อผ่านมันมา เราก็ต้องคิดกับตัวเองอย่างแน่นอนว่า
 
 
ในใจทุกคนคงทำหน้าแบบนี้สินะครับ Foot in mouth
 
วันซวยๆแบบนี้มันซวยซะมีคนตั้งชื่อให้เลยนะครับ
 
Murphy's Law เป็นชื่อของกฎที่มีนิยามง่ายๆว่า "อะไรที่สามารถเกิดความผิดพลาดได้ จะเกิดขึ้น"
ฟังดูซวยดีนะครับ Foot in mouth
 
สำหรับกฎของเมอร์ฟี่ ไม่มีใครรู้จุดกำเนิดแน่นอนว่านายเมอร์ฟี่เป็นใคร และกฎนี้มาจากไหนครับ
มีเพียงแค่การสันนิษฐานจุดเริ่มต้นของกฎนี้มาจากหลายๆเรื่อง
ซึ่งหนึ่งในเรื่องจุดกำเนิดของกฎของเมอร์ฟี่มีกล่าวไว้อย่างนี้ครับ:
 
ชื่อเมอร์ฟี่นั้นมาจากกัปตัน เอ็ดเวิร์ด เอ เมอร์ฟี่ ที่เป็นวิศวกรการทดลองหนึ่งในกองทัพอากาศ
และเมื่อเขาค้นพบว่าเกิดการผิดพลาดในการเดินสายไฟ เค้าก็บ่นด่าเอาไว้ว่า "ถ้ามันมีหนทางการจะทำให้ผิด พวกช่างนี่แหละจะหาวิธีนั้นเจอ"
และหนึ่งในผู้ดูแลโครงการก็ได้จดมันลงไว้เป็นกฎสั้นๆ ที่สุดท้ายถูกตั้งชื่อและเปลี่ยนประโยคมาเป็นแบบตอนนี้นี่เอง
 
คงมีหลายๆคนรวมถึงเรา ที่มีวันที่ซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดจนกฎนี้เป็นที่ยอมรับกันเสมอมาสินะครับ Foot in mouth
 
แต่ถ้าพูดถึงความซวยแล้ว คงต้องยกให้ผู้หญิงคนนี้ครับ
 
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน มีอุกกาบาตตกลงมาที่ประเทศรัซเซีย
มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงหนึ่งพันคน แต่ยังดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็ดถึงตาย
และยังดีที่ไม่มีใครโดนอุกกาบาตชน Foot in mouth
 
แต่ในปี 1954 เกิดเหตุอุกกาบาตตกลงมาบนพื้นผิวโลก และมีคนโดนอุกกาบาตชนครับ!! Undecided
 
Ann Hodges เป็นผู้หญิงคนแรก และคนเดียวบนโลกนี้ที่ถูกอุกกาบาตชน!!
เธอโดนอุกกาบาตชนเข้าที่ขาอ่อนระหว่างที่กำลังงีบอยู่บนโซฟา!!
ทั้งๆที่ตามการคำนวนของความน่าจะเป็น โอกาสที่คนจะโดนอุกกาบาตชนใส่ได้มีเพียงแค่ หนึ่งใน74ล้าน!!!
นี่มันสุดยอดแห่งความซวย บนความซวยที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมดเลยนะเนี่ย 
 
แล้วความซวยยังไม่จบแค่นี้ครับ
สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เป็นเจ้าของอุกกาบาตลูกนี้ แต่กลับเป็นเของจ้าของบ้านหลังที่เธออยู่!!!
 
ซวยซ้ำซวยซ้อนสุดๆ สุดยอดแห่งกฎเมอร์ฟี่คงต้องยกให้ผู้หญิงคนนี้แล้วแหละครับ Foot in mouth
 
พอมานั่งคิดแบบนี้
อะไรซวยๆที่เราหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น ยังเกิดขึ้นได้
ขนาดคนโดนอุกกาบาตชนยังมีแล้ว
ครั้งต่อไปอาจจะเป็นเราก็ได้
ประโยคที่ว่า "Dream as if you'll live forever. Live as if you'll die tomorrow." ฟังดูไม่ไกลเกินจริงเลยนะครับ Cool
 
ข้อมูลจาก:
http://www.murphys-laws.com/murphy/murphy-true.html
http://www.youtube.com/watch?v=-NLBtZKx2cA
ใครสนใจเรื่องโอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุแปลกๆ สามารถอ่านต่อได้ที่:
http://gizmodo.com/5984725/the-odds-of-dying-in-a-freak-accident-are-harder-than-you-think
 
ป.ล. สุดท้ายแล้วคุณ Ann Hodges ซื้ออุกกาบาตลูกนั้นกลับมาจากเจ้าของบ้านครับ Foot in mouth ซวยหนักแล้วขออะไรเป็นที่ระลึกบ้าง
 
ป.ล.2 ขอโทษที่หายไปนานนะครับ พอดีช่วงนี้งานถาโถมเข้ามาแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลสุดๆ Tongue out จะพยายามเขียนเป็นประจำเหมือนเดิมนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

เวลาเราเจอโชคดี
ไม่ค่อยสงสัยหรอกว่า
ทำไมเราได้เจอเรื่องดีๆอย่างนี้
แต่พอซวยนี่
คิดประจำว่า
ไหงต้องเป็นเราด้วยเนี่ย
อุปสรรคเป็นเรื่องปกติของชีวิตsad smile

#9 By ลอยลมเล่น on 2013-04-20 00:17

บรรยายกาศการอ่านหนังสือสอบและการสอบลอยขึ้นมาทันทีเลยค่ะsad smile Hot!

#7 By R-Tech on 2013-04-01 11:22

@closetome เจออะไรซวยๆบ่อยๆ เดี๋ยวก็เจอเรื่องดีเองแหละครับ open-mounthed smile อ่านบลอคนี้เจอคำว่าซวยเยอะแล้ว งั้นอีกเดี๋ยวก็เจอแต่คำว่าโชคดีๆแน่นอนครับ cry
@blubox ที่แย่ยิ่งกว่าคือพอเข้าห้องสอบนึกคำตอบไม่ได้ได้แต่นึกถึงเวลาซวยนี่แหละครับ 
@ccchhhuuunnn ความหมายเหมือนกันครับๆ confused smile ประมาณว่าอย่าหยุดฝันเพราะคิดว่าเราไม่มีเวลาทำให้มันเป็นไปได้ และหากมีอะไรที่อยากทำก็จงทำมันเดี๋ยวนี้เพราะเราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้วครับ big smile

#6 By oMeGa-T on 2013-03-18 21:40

ฮามาก จริงมากกก 55555
ปล. เคยได้ยินแต่ dream as if you'll live forever, live as if you'll die today หละ 5555 แต่มันก็ความหมายเดียวกันใช่ป่ะbig smile

#5 By ชุน on 2013-03-18 21:07

รู้สึกว่าความจำของเราจะดีเสมอกับเรื่องที่ซวยนะคะ
ทีอ่านหนังสือจำไม่ค่อยได้แต่เรื่องซวยที่เจอนี่จำแม่นเชียวopen-mounthed smile

#4 By Blu on 2013-03-18 12:33

ฮา.. เป็นครั้งแรกที่อ่านเจอคำว่าซวย ซวย และซวย เต็มหน้ากระดาษ question ...ที่จริงนิเป็นคำต้องห้ามของเรานะ ได้ยินคำนี้ทีไรเป็นต้องรู้สึกว่าเดี๋ยวมันจะต้องมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นแหง แต่..ไม่ทันและสินะsad smile
เข้าใจความรู้สึกของการเก็งข้อสอบผิด  ทุกวันนี้ยังเจ็บจี๊ดในใจsad smile
(Hot!mHot! )..ไม่ชอบคำนี้เลยopen-mounthed smile

#3 By L(ove)rain on 2013-03-15 02:38

ตามอ่านครบทุกตอนเลย เขียนสนุกมาก รออ่านนะ open-mounthed smile

#2 By mmm (103.7.57.18|180.180.31.68) on 2013-03-08 23:46

Hot! เราเห็นสิ่งที่เราไม่ได้เลือก(น่าจะ)ดีกว่าเสมอแหละ สังเกตตั้งแต่เด็ก ตอนที่ผมมีสีไม้ เพื่อนก็มีสีไม้ ตอนใช้ของเพื่อน จะรู้สึกว่าคุณภาพสีไม้ของเพื่อนจะดีกว่าของตัวเองตลอด