Categories

a: วันก่อนครับ
b: ครับ?
a: ไปสัมภาษณ์ของมหาลัยต่างประเทศมา
b: โอ้โหโอกาสดีอย่างงี้ปล่อยไม่ได้!! แต่งตัวอย่างสมาร์ท เค้าเห็นครั้งแรกแทบผายมือต้อนรับเข้ามหาลัยไม่ทันสินะ!!!
a: ใส่กางเกงเลไปสัมภาษณ์ครับ...
b: ......
 
ถ้าผมใส่กางเกงเลไปสัมภาษณ์ เค้าคงเชิญผมยูเทิร์นออกจากห้องโดยที่ก้นยังไม่ได้สัมผัสกับเก้าอี้ตากแอร์เย็นๆกลางห้องแน่นอนครับ Foot in mouth
 
แต่วันก่อนผมใส่กางเกงเลไปสัมภาษณ์จริงๆครับ!!
แล้วก็ไม่โดนเชิญออกไปจากห้องด้วย!!! Sealed
 
และไม่ใช่เพราะโดนไล่ออกจากตึกตั้งแต่เดินเข้าไป เลยไม่ได้โดนเชิญออกจากห้องด้วยนะครับ Foot in mouth
 
แต่เพราะว่าผมสัมภาษณ์ผ่านสไคป์ (Skype) ครับ Cry
 
เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีประสบการณ์ถูกสัมภาษณ์ผ่านโปรแกรมแชท แทนที่จะไปเจอผู้สัมภาษณ์กันตรงๆ
 
ตอนแรกที่ผมเข้าใจ นึกว่าจะเป็นเพียงแค่การทำ Skype Call เฉยๆ คือเหมือนคุยโทรศัพท์กันไม่เห็นหน้า
โชคดีที่คุณพ่อบอกให้เตรียมเผือว่าจะเป็นการสัมภาษณ์แบบ Skype Video Call คือเห็นหน้าทั้งสองฝ่ายด้วย
 
วันนั้นผมอยู่บ้านทั้งวัน ใส่กางเกงเล กับเสื้อยืดตัวเก่ง (แปลว่าเน่าๆสบายๆนี่เอง Cry) ถ้าเผลอโดนวีดีโอคอลจริงๆ ยังไม่ทันได้เซย์เฮลโหลเค้าคงกู้ดบายผมไปแล้วหล่ะครับ Foot in mouth
 
สุดท้ายเลยต้องทำการเตรียมการสำหรับวีดีโอคอลเสียหน่อย
 
ก่อนที่จะสัมภาษณ์ ผมลองเปิดเว็บแคมของตัวเองดูว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามติดต่อมาจะเห็นผมผ่านกล้องเป็นอย่างไร
 
เปิดกล้องแค่นั้นแหละ...
 
อืมม หน้าตัวเองอยู่กลางจอ Cry
ด้านซ้ายออกไปห่างๆมีกองหนังสือกับชีทเน่าๆที่หมักหมมกองกันเป็นภูเขาลูกโต... Foot in mouth
มองไปด้านขวาเจอกองหนังสือกาตูน กับอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดเลย...... Undecided
 
อยู่มาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าห้องตัวเองรกก็เมื่อมองผ่านกล้องนี่แหละครับ Undecided
 
ไม่ได้การละ เวลาจัดห้องก็ไม่พอ ต้องงัดไม้ตาย!!!
เอาของที่กองอยู่ ลงไปกองไว้ที่พื้นแทน...
 
จัดการโยกย้ายเสร็จ กลับมาเช็คที่กล้องอีกที
 
อืมมม.. แลดูสะอาด ใครดูผ่านกล้องดูหน้าเชื่อถือ อย่าให้หันกล้องไปทางพื้นละกัน....
 
พอถึงเวลาก่อนสัมภาษณ์ ก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อยืดเป็นเสื้อเชิต ครึ่งท่อนบนดูเป็น Professional มาก Cry
ส่วนครึ่งท่อนล่าง... กางเกงเลสีเขียวสด..... เอาเป็นว่ากล้องไม่เห็น ถือว่าโอละกัน Cry
สรุปจังหวะนั้นใครเห็นผมแต่งตัวคงคิดว่าผมเป็นคนบ้า เสื้อเชิตขาวกับกางเกงเลสีเขียว จ๊าบจริงๆ Foot in mouth
 
สุดท้ายการสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น และทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ไม่โดนกดตัดสายก่อนที่จะได้คุยกัน 
 
ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายๆคนกำลังจะเรียนจบกัน เข้าสู่ช่วงการหางาน หามหาลัยเรียนต่อ ซึ่งการสัมภาษณ์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ ผมเลยอยากเก็บบางสิ่งบางอย่างที่ผมได้เรียนรู้ผ่านการสัมภาษณ์มาแบ่งปันกันครับ
 
ในเรื่องการแต่งตัว ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วนะครับว่าต้องแต่งตัวสุภาพ ดูเรียบร้อยและพร้อมเพรียง มันเป็นสิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์จะได้จากเราไป ไม่ว่าเราจะเก่งแค่ไหน จัดชุดซุปเปอร์แมนไป กางเกงในแดงอยู่ข้างนอก เขาคงเชิญเราบินกลับดาวเกิดนั่นแหละครับ Foot in mouth
 
ส่วนใครที่ต้องสัมภาษณ์ผ่านวีดีโอคอลแบบผม ผมแนะนำให้แต่งช่วงล่างให้สบายๆครับ อย่างเช่นกางเกงเลนี่ยิ่งดี Cry เพราะมันจะทำให้เราไม่รู้สึกเครียดมากเกินไปครับ
และที่แน่นอนครับ อย่าลืมเช็คไมโครโฟนว่าใช้งานได้หรือไม่ ก่อนที่จะต้องพูดภาษามือกับผู้สัมภาษณ์แทน
และอย่าลืมเช็คดูตัวเองผ่านกล้อง ว่าเมื่อเขาติดต่อมาจะเห็นอะไรนอกจากตัวเราผ่านกล้องบ้าง ไม่ใช่เปิดกล้องสัมภาษณ์มาปุ้บ ข้างหลังเจอกางเกงในพาดตากอากาศเย็นฉ่ำอยู่ เชิญนุ่งกางเกงในเย็นฉ่ำนั้นย้อมใจได้เลยครับ Foot in mouth
 
ถ้าเกิดไม่มีเวลาจัดห้องให้ดูสะอาด วิธีที่ง่ายที่สุดคือเวลาสัมภาษณ์ให้ตัวเองยื่นตัวเข้าใกล้กล้องเยอะๆครับ เอาตัวเราบังห้องข้างหลังนี่แหละ เวิร์ก Surprised
 
ในการสัมภาษณ์ มันจะมีคำถามชุดมาตรฐานอยู่ชุดหนึ่งครับ ที่ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะถามเราแน่ๆ และมันจะดีกว่าถ้าเราเตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้วครับ
คำถามเหล่านั้นคือ:
  • แนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย
  • ทำไมถึงเลือกบริษัท/ตำแหน่ง/มหาลัย/คณะนี้?
  • เหตุการณ์ที่ตัวเองคิดว่าแก้ไขยากที่สุดในชีวิตคืออะไร และเราได้เรียนรู้อะไรจากมัน?
  • คิดว่าข้อแข็งของตัวเองคืออะไร?
  • คิดว่าข้อด้อยของตัวเองคืออะไร?
  • ขอสามคำที่อธิบายตัวคุณเอง
  • วางแผนชีวิตตัวเองไว้ในอนาคตว่าอย่างไร หรือ คุณมองเห็นตัวเองในอนาคตเป็นอย่างไร
คำถามพวกนี้มีไว้วัดอะไรหลายอย่างครับ
 
อย่างแรกเลยคือวัดว่าเราพูดคุยรู้เรื่องหรือเปล่า สภาพจิตปกติดีหรือเปล่า
ไม่ใช่ถามว่าทำไมถึงอยากมาเรียนต่อที่นี่ "อ๋อ ผมอยากมาแทงคนที่นั่งข้างๆผมครับ หึหึหึ..." อย่างงั้นเชิญกลับบ้านคุณเลยครับ Foot in mouth
ในกรณีนี้แค่ขอให้ตอบคำถามแบบคนปกติตอบก็พอแล้วครับ ไปที่นี่เพราะสนใจ อยากเข้าที่นี่เพราะเหมาะสมกับความสามารถเรา อะไรก็ว่าไป
 
อีกส่วนหนึ่งคือเอาไว้ดูว่าเราอยากเข้าไปในสิ่งที่เราสมัครไปจริงๆหรือเปล่า
ไม่ใช่พอรับเราเข้าไปปุ้บ ยังไม่ทันได้จ่ายตัง ยังไม่ทันได้เข้าไปทำงาน ชิ่งไปที่อื่นซะละ เขามีแต่เสียกับเสีย จะรับเราเข้าไปทำไม
เพราะฉะนั้นเวลาเขาถามคำถามเกี่ยวข้องกับความสนใจในตัวสถานที่ของเขา ให้ตอบว่าเราตื่นเต้นสุดๆครับ อยากเข้ามากๆ ใจจะขาด เหมือนเป็นความฝันตั้งแต่วินาทีแรกที่หายใจ นี่แหละเป้าหมายของเรา!! (แต่อย่าให้เวอร์ไปจนเหมือนไม่ใช่คนนะครับ Foot in mouth อันนั้นโดนตัดออกเพราะเหมือนจะบ้าแทน Foot in mouthFoot in mouth)
 
และในคำถามที่ถามถึงข้อด้อยข้อแข็งหรือคำที่มาอธิบายตัวเราคือเอาไว้ดูว่าเรารู้จักตัวเองพอหรือไม่
 
ข้อแข็งโดยปกติแล้ว หลายๆคนคงนึกออกว่าคืออะไร ตอบให้ดูดีไว้ครับ หัวไว!! เรียนเก่ง!! ไหวพริบดี!!! รับผมเข้าไปแล้วไม่เสียใจ!!!!! หล่อ!!!!! พูดเก่ง!!!!!! อะไรที่คิดว่าตัวเองดี จัดไปให้หมดครับ
แต่ทุกคำตอบต้องมีเหตุผลตามมาด้วยนะครับ
ไม่ใช่ตอบ "หล่อ!!!" ผู้สัมภาษณ์ทำหน้าจืดมองตาเราปริบๆ
ถ้าผมตอบว่าหล่อ เสียงอ.อ่างของคำว่าหล่อยังไม่ทันขาด เค้าคงเปิดประตูเชิญผมกลับไปแล้วหล่ะครับ Tongue out
 
ข้อแข็งตอบได้ไม่ยากแต่ตัวปัญหามันอยู่ที่ข้อด้อยนี่แหละครับ จะตอบไปอย่างไรดี Foot in mouth
จะตอบว่าขี้เกียจ แล้วเขาจะรับเราไปทำงานไหมเนี่ย
 
บางครั้งข้อด้อยมันเป็นอะไรก็ได้เลยครับ
หน้าตาตัวเองก็ได้ หรืออะไรอย่างอื่นที่เห็นว่าเป็นข้อด้อยของตัวเองก็ได้
เช่น "เวลาทำงานชอบเขย่าขาครับ เขย่าแล้วโต๊ะมันสั่น อ่านหนังสือสั่นๆไปสักพักตามันชอบลายครับ" อะไรก็ว่าไป
 
ตอบอะไรก็ได้ครับที่ตัวเองเห็นว่าเป็นข้อด้อย แต่อย่าตอบข้อด้อยที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราสมัครไป
สัมภาษณ์เข้าวิศวะฯ ข้อด้อยคืออ่อนเลขครับ = ประตูอยู่หัวมุมด้านขวาของห้องครับ เชิญครับ ขอบคุณครับ
สัมภาษณ์ไปทำงานบริหาร ข้อด้อยคือบริหารไม่เก่งครับ = ผู้สัมภาษณ์ลุกขึ้น ยิ้มแห้งๆ "ขอบคุณสำหรับวันนี้ครับ แล้วเราจะแจ้งผลไปอีกรอบ"
 
ส่วนใหญ่แล้ว เวลาจบสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์จะถามเราว่า มีอะไรจะถามเขาไหม?
 
ต้องมีครับ
 
การมีคำถามไปถามผู้สัมภาษณ์เหมือนเป็นการสื่อว่า เราสนใจที่จะเข้าสมัครจริงๆ มีการศึกษาหาประวัติและข้อสงสัยเตรียมมาแล้ว ไม่ใช่มาตายเอาดาบหน้า เอาไงก็เอา
และคำถามควรจะเป็นคำถามที่ไม่ได้มีคำตอบอยู่บนหน้าเว็บของเขาหรือหาคำตอบได้ง่ายๆอยู่แล้วนะครับ
ไม่ใช่ถามไป "เอ่อ บริษัทตั้งอยู่ที่ไหนครับ?" ทั้งๆที่มีแผนที่โชว์หลาอยู่บนหน้าเว็บของบริษัทเขา Foot in mouth
 
สุดท้ายแล้ว ในการสัมภาษณ์ ทำตัวให้เป็นธรรมชาติและสุภาพที่สุดครับ
ไม่ใช่เข้าไปสั่นขากึกๆๆๆๆ โต๊ะผู้สัมภาษณ์สั่นเหมือนแผ่นดินไหวระดับหกริกเตอร์
ให้ผู้สัมภาษณ์เห็นถึงความมั่นใจของเรา และความพร้อมของเรา
 
บางครั้งถ้าไม่เข้าใจคำถาม ก็ถามกลับได้เลยครับ ดีกว่ามานั่งแข่งจ้องตากับผู้สัมภาษณ์พยายามถอดรหัสคำถามผ่านสายตาแทน
 
ในการสัมภาษณ์บางครั้ง เราอาจจะโดนถามคำถามเชิงเทคนิคบ้าง
เช่น "ถ้าเราโยนลูกบอลด้วยมุม 39.875 องศาด้วยแรง 9.78 นิวตัน จากตึกสูง 189 ชั้น ถามว่าโลกเรากลมหรือไม่?"
ไม่กลมครับ เพราะมีลูกบอลที่เราปาแหลมออกมาจากโลก!!!
เอ้าเฮฮฮฮฮ เชิญกลับไปฉลองที่บ้านแล้วอย่ากลับมานะคร้าบบบบบ!!!!! Foot in mouth
 
บางครั้งเราอาจจะต้องเตรียมทำการบ้านมาบ้างครับ ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราสมัครไปบ้าง เช่นข่าวช่วงนี้ เนื้อหาการเรียนที่เราเรียนมาที่เกี่ยวข้องกับคณะนี้ หรือเรื่องรอบตัวทั่วไป
และในการตอบ ส่วนใหญ่เขาดูที่กระบวนความคิดของเราครับ
 
คำถามบางคำถาม จงใจถามให้เราคำนวนไม่ได้ หรือตอบตรงๆไม่ได้ หรือหาคำตอบในตอนนั้นไม่ได้ครับ
ผู้สัมภาษณ์อยากดูว่าเราคาดเดาคำตอบ และให้เหตุผลอย่างไรครับ
 
มีคนเคยเล่าให้ผมฟังว่า โดนถามถึงข้อคำนวนข้อหนึ่ง ตัวเองตอบว่า "ผมไม่มั่นใจว่าคำตอบจริงๆคืออะไร แต่ผมสามารถหยิบหนังสือมาแสดงวิธีคำนวนที่ถูกต้องและคำตอบของมันให้คุณได้ครับ"
ผู้สัมภาษณ์ชอบใจมาก เพราะตัวผู้สัมภาษณ์อยากแสดงให้เห็นว่าในชีวิตจริงบางครั้งมันไม่ใช่อยู่ที่เราตอบคำถามได้ถูกหรือไม่ แต่อยู่ที่เราสามารถรู้ว่าแหล่งข้อมูลอยู่ที่ไหน และใช้ข้อมูลเหล่านั้นเข้ามาช่วยในการตอบคำถามได้หรือไม่ครับ
 
จากทั้งหมดแล้ว พยายามอย่าเครียดและอย่าเกร็งครับ
 
ยิ่งเครียดยิ่งเกร็ง ยิ่งตอบมั่ว สลับคำ "สวีดัดครับ ผมชื่อ 21 ปี เอ้ย สวัสดีผมครับ เอ้ย.." เอ้ยอีกที ถึงประตูแน่นอนครับ Foot in mouth
 
ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสัมภาษณ์ และได้ไปตามสิ่งที่ตัวเองตั้งเป้าหมายเอาไว้ทุกคนนะครับ Cool

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวนี้ใช้เทคโนโลยีกันได้กว้างขวางแบบนี้กันแล้ว

#11 By ligula-donec-luctus on 2013-05-03 10:31

@prang-are 5555+ ขอบคุณมากครับ
ผมก็สงสัยๆอยู่เหมือนกันว่าควรจะตอบว่าอะไรดี เวลาโดนถามเรื่องจุดอ่อนของตัวเอง
เคยได้ยินมาว่าให้ตอบตามความจริง แต่ก็อาจจะกลายเป็นไปขัดขาตัวเองล้มหน้าทิ่มก่อนได้ sad smile  
แต่ก็เคยได้ยินว่าถ้าตอบจุดอ่อนตัวเองแบบฟังดูหล่อๆ เช่นขี้เกียจเลยเป็นคนชอบทำงานให้เสร็จก่อนเวลาจะได้มีเวลาว่างมากๆอย่างนี้ อาจจะโดนชี้หน้า "อย่ามาสตอออออล์" ได้ 
สุดท้ายแล้วมันคงแล้วแต่ดวงที่จะเจอผู้สัมภาษณ์แบบไหน ถ้าตอบถูกใจคงโชคดีไป sad smile sad smile

#10 By oMeGa-T on 2013-03-04 22:59

เคยเกือบจะต้องสัมภาษณ์ผ่านสไกป์เหมือนกันค่ะ
แต่ส่วนตัวคิดว่าสัมภาษณ์แบบเจอหน้ากันจะจะหน้าจะดีกว่า
แต่สไกป์มันก็ดีตรงที่ไม่ต้องเดินทางกับได้นุ่งเลนี่แหละ 555555
เคยมีคนบอกว่าเวลาเขาถามถึงจุดอ่อน
ให้หาจุดอ่อนที่ไม่ดีกับตัวเรา แต่ดีกับคนอื่น
เช่น เป็นพวกเพอร์เฟคชั่นนิส
เวลาทำงานกลุ่มเห็นคนอื่นทำงานชุ่ยแล้วขัดใจ
สุดท้ายรับมาทำหมดเพื่อให้ออกมาดี ทำนองนี้
แต่สุดท้ายเราว่าตอบตามความเป็นจริงดีที่สุดค่ะ
(ชอบเขย่าขานี่อ่านแล้วฮาดี 5555) 
อ่านเอนทรี่นี้แล้วได้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ Hot! Hot!

#9 By galpper on 2013-03-04 12:16

@do-my-best ขอบคุณมากๆที่แวะเวียนเข้ามาอ่านนะครับๆ confused smile สู้ๆกับการหางานนะครับ double wink

#6 By oMeGa-T on 2013-02-20 00:54

โอ๊ววววววว
ประทับใจโพสต์นี้มากเลยค่ะ!
คือตอนนี้มาเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น
แล้วเผอิญว่ามหาลัยที่มาเรียนอยู่เนี่ยสังกัดกระทรวงแรงงาน
คนญี่ปุ่นจะหางานช่วงปีสาม
ตั้งแต่เดือน11 ถึงกลางปีถัดไป
ทำให้ช่วงปีสามวิชาเกี่ยวกับการหางานเยอะม๊ากกกกก
ป่านก็ซึมซับวิธีหางานของคนญี่ปุ่นมาแบบเนื้อๆ เลย (= =;
เพิ่งรู้ว่าไทยเราก็ทำแบบเดียวกันเลย!!
รูปแบบคำถามเหมือนกันเลย โอ๊วๆๆ
(ตื่นเต้นอยู่หน้าคอมค่ะตอนนี้)
แต่เพิ่งเคยได้ยินสัมภาษณ์ผ่านskype นะคะเนี่ย
ประหยัดค่าเดินทางดีนะคะ
ใส่กางเกงเลสัมภาษณ์ได้ด้วย อิอิ
อีกอย่าง ชอบวิธีการเขียนของเจ้าของบล็อคนะคะ
ถึงจะยาวแต่ก็ทำให้อยากอ่านต่อเรื่อยๆ
(หรือเพราะเป็นหัวข้อที่สนใจอยู่พอดีก็ไม่รู้ เหอเหอ)
อ่านไปหัวเราะไป เรียกรอยยิ้มดีค่ะ ^^ 
สู้ตายค่ะ (> <)v
Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By ป่ า น ,, on 2013-02-19 01:54

confused smile confused smile confused smile

#4 By ชุน on 2013-02-18 22:20

@nopnon แต่ก็ต้องระวังกล้องจับท่อนล่างได้นะครับ (ฮา) cry

#3 By oMeGa-T on 2013-02-17 13:07

Hot! เป๊ะแค่่ครึ่งบน ฮ่าๆๆ อันนี้ดีนะ ไม่ต้องเหนื่อยแต่งตัวด้วย confused smile
Nice Post

#1 By bestfleetinsurance (103.7.57.18|112.210.120.7) on 2013-02-17 00:21