Categories

กระดาษในเปลวไฟ

posted on 02 Dec 2012 20:19 by omega-t in Knowledge directory Knowledge, Diary, Idea
เมื่อสมัยผมอยู่ ป. 5 ป. 6 (จำไม่ได้แล้วว่าอยู่ชั้นไหน Foot in mouth)
อาจารย์เคยให้พวกผมทำกิจกรรมกัน
อาจารย์บอกว่า ให้พวกเราเขียนสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ หรืออยากเปลี่ยนแปลงลงไปในเศษกระดาษ และส่งไปให้อาจารย์
หลังจากที่ทุกคนทำเสร็จ อาจารย์ก็พาออกไปข้างนอกห้อง พร้อมกับปี๊ป(ที่ไม่มีขนมอยู่ข้างใน Tongue out)หนึ่งอัน
พอพาออกมาถึงลานข้างนอก อาจารย์ก็บอกว่าเราจะมาเผากระดาษกัน
เราจะเผาเรื่องร้ายๆในตัวเราออกไป เอามันออกไปจากตัวเรา
พอพูดเสร็จก็เอากระดาษใส่ลงไปในปี๊ป และค่อยๆเผากระดาษที่พวกผมเขียนกัน
ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดว่ามันจะได้ผลจริงๆ เขียนไปว่าตัวเองขี้เกียจ
สรุปกลับถึงบ้านพร้อมกับการบ้าน
แต่สุดท้ายก็ไปจิ้มเปิดคอมตามเคย Foot in mouth
 
วันเวลาผ่านไป ผมก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีกเลย (ความขี้เกียจยังเข้มข้นเหมือนเดิม Foot in mouth)
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมได้เจอกับเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกแย่มาก
ผมก็ได้นึกถึงสิ่งที่อาจารย์เคยให้ผมทำตอนนั้น
ทั้งๆที่ไม่เชื่อ แต่ผมก็คิดว่าทำไปก็ไม่เสียหาย ยังไงตอนนี้ก็รู้สึกแย่อยู่แล้ว คงไม่รู้สึกแย่กว่านี้
จัดแจงเขียนเรื่องที่ตัวเองรู้สึกไม่ดีลงไป
หยิบถังขยะมาพร้อมกับไฟแช็ก
พับกระดาษสองสามทบ พร้อมกับจุดไฟตรงมุมกระดาษ
ไม่ทันไร ไฟเริ่มติดกระดาษ และเริ่มลุกขึ้นมา
ผมก็ถืออยู่สักพัก จ้องเปลวไฟไหวไปมา
จนกระทั่งรู้สึกตัวอีกทีไฟมันจะถึงมือแล้ว!!!
เฮ้ย??!?! Sealed ด้วยความตกใจ กับความร้อนที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วสูง ผมรีบปล่อยกระดาษลงไฟในถังขยะ
.....ถังขยะที่เป็นถุงพลาสติก.......
พอปล่อยลงไปแค่นั้นแหละ พลาสติกค่อยๆละลายออกมาเป็นวง
ตอนนั้นผมไม่รู้เป็นอะไร เหมือนกำลังเหม่อ ก็จ้องมองดูพลาสติกมันค่อยๆย่นขยายออก SealedSealed
สมองก็ค่อยๆประมวลผลสิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้า...
...ติ๊ก.......ติ๊ก.................ติ๊ก................... เสียงลานในหัวค่อยๆหมุนอย่างช้าๆ
.......ไฟ..........ถังขยะ................พลาสติก.......
.........................เฮ้ย SealedSealedSealedSealed!!!!!
ตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไหม้แล้วๆๆๆๆๆ ไฟจะถึงพื้นบ้านแล้ว???!?!?! 
ตกใจมาก!!
ไม่รู้จะทำอะไร หันไปหันมาหาอะไรมาดับไฟ โชคดีวันนั้นตักน้ำหนึ่งแก้วมาดื่มแล้วยังตั้งไว้อยู่บนโต๊ะ
ไม่ต้องคิดแล้วน้ำอะไร!! หยิบมันสาดลงถังขยะด่วน!!!
ซู่..ฉ่าาาาา Foot in mouth รอดไป โชคดีที่เป็นน้ำเปล่า
พอสาดน้ำดับไฟเสร็จ ดูสภาพผลงานที่ตัวเองทำ
เกือบเผาบ้านตัวเองซะแล้วสิ Foot in mouthFoot in mouth
หลังจากวันนั้นมา ผมก็ยังรู้สึกแย่เหมือนเดิม (ถ้าบ้านไหม้อาจจะรู้สึกแย่กว่านี้ Foot in mouthTongue outUndecided) เรื่องกระดงกระดาษอะไรจำไม่ค่อยได้ จำได้แต่บ้านจะไหม้ Foot in mouth
แต่สุดท้ายผ่านไปเรื่อยๆ ผมก็ลืมเรื่องแย่ๆพวกนี้ไป
 
ผมไม่เคยคิดว่าการเขียนสิ่งที่ตัวเองรู้สึกแย่ๆลงกระดาษแล้วทิ้งไปจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย
หรือว่าผมอาจจะดีขึ้นจริงๆ เพียงแต่ผมไม่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา?
 
มีการทดลองของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เค้าทำการทดลองโดยการแบ่งคนเป็นกลุ่มๆ โดยให้ทุกคนเขียนเรื่องแย่ๆของตัวเองลงไป
และกลุ่มนึงโยนสิ่งที่พวกเขาเขียนทิ้งลงถังขยะไป
ส่วนอีกกลุ่มนึงให้เก็บเอาไว้
ผลออกมาว่า คนที่เก็บกระดาษพวกนี้ไว้กลับรู้สึกแย่ลงต่อความคิดนั้นๆที่ตัวเองเพิ่งเขียนไป
แต่สำหรับคนที่ทิ้งไป กลับไม่รู้สึกแย่ลง หรือสรุปได้ว่า กระดาษแผ่นนั้นไม่มีผลกระทบต่อพวกเขา
 
ยังมีการทำการทดลองซ้ำๆในอีกหลายรูปแบบ และนักวิทยาศาตร์ก็ค้นพบว่า
หากเราเขียนความคิดบางอย่างลงไปในกระดาษ และทำการทำลายมัน (ไม่ใช่เผาบ้านนะครับ Foot in mouth) ตัวเราก็จะรู้สึกเหมือนกับเราได้ทิ้งความคิดนั้นไปจริงๆ
และในทางกลับกันหากเราเขียนความคิดบางอย่างลงไปในกระดาษ และเก็บมันเอาไว้ ความคิดเหล่านั้นก็จะมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับตัวเรา
 
สรุปได้ง่ายๆว่า หากเรามีความคิดที่ไม่ดี ให้เขียนลงกระดาษและทิ้งไปมัน (แนะนำว่าอย่าเผา พร้อมกับมีถังขยะพลาสติกรองอยู่นะครับ Foot in mouthFoot in mouth) แล้วความคิดแย่ๆเหล่านั้นก็จะถูกทิ้งไปจากหัวเรา
และหากเรามีความคิดที่ดี ก็ให้เขียนลงกระดาษและเก็บมันไว้ในกระเป๋าสตางค์เรา เก็บมันไว้กับเรา แล้วความคิดดีๆเหล่านั้นก็จะมีความสำคัญกับเรามากยิ่งขึ้นครับ Cool
อย่าลืมว่า หากเราเขียนความคิดที่ไม่ดีแล้วเก็บไว้ มันก็จะทำให้เรามีความคิดที่ไม่ดีเหล่านั้นต่อไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นอย่าทำสลับกันนะครับ Foot in mouth
 
ไม่แน่ว่า ถ้าหากวันนั้นเมื่อผมอยู่ ป.5 ป.6 ผมไม่ได้เผากระดาษแห่งความขี้เกียจผมไป ผมคงจะสอบตกซ้ำชั้นไปอีกหลายปี Foot in mouth และหากคืนนั้นผมไม่ได้เผา(บ้าน Foot in mouth)กระดาษในวันนั้น ผมอาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้นะครับ
 
ขอให้ทุกคนสามารถทิ้งความคิดที่แย่ๆออกไปจากตัวเองได้ และมีเพียงแต่ความคิดที่ดีๆนะครับ Cool
 
ข้อมูลจาก:
http://jusci.net/node/2879
http://www.psychologicalscience.org/index.php/news/releases/bothered-by-negative-unwanted-thoughts-just-throw-them-away.html

Comment

Comment:

Tweet

generic propecia online - propecia online

#5 By XVhewhvoReky (103.7.57.18|46.119.122.31) on 2013-02-26 00:40

ชอบว่ะ เขียนสิ่งดีๆ เก็บไว้ ในกระเป๋าสตางค์

#4 By JumpZ (103.7.57.18|171.101.176.114) on 2013-02-19 11:18

มีความคิดที่ดีเรื่องดีๆก็จะตามมาสิน้าbig smile
สำหรับเรา ..ถ้าหากเป็นเรื่องไม่ดีละก็ จะไม่เขียนเลยล่ะ เพราะเคยเขียนไดอารี่อยู่ช่วงหนึ่งระบายอะไรต่อมิอะไร สุดท้ายมาเจออีกที(หลังจากที่เลิกเขียนไปนานจนจำไม่ได้question ) คิดว่าทำไมตอนนั้นถึงมีความคิดอย่างนี้ รึตอนนั้นมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ เลยทำให้คิดว่าการเขียนเรื่องที่เรารู้สึกไม่ดีลงไป มันทำให้จิตใจห่อเหี่ยว ยิ่งพอกลับมาอ่านเจอความคิดแบบนั้น ก็ยิ่งย้อนให้นึกไหล่ตกกว่าเดิมไม่ต่างกันsad smile
แต่จะว่าไปก็ไม่ได้เขียนอะไรเป็นกิจลักษณะมานานแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องดี/ไม่ดี ลืมไปบ้างแล้วก็มีเหมือนกัน(รึมันจะเป็นไปตามอายุopen-mounthed smile ) 
ไม่ว่าอย่างไรชีวิตก็ต้องสู้ต่อไปทาเคชิสิน้า(Hot!oHot!)!

#3 By L(ove)rain on 2012-12-08 01:23

เป็นข้อคิดคติสอนใจที่ดีมากเลยค่ะ confused smile Hot!

ว่าจะไปเผากระดาษบ้าง แต่ท่าทางคงต้องระวังฟืนไฟดีๆ sad smile   

#2 By R-Tech on 2012-12-04 23:38

อุ้ยยย เขียนดีมากเลยค่ะ!
อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจถึงแก่นแท้ของชีวิตมากขึ้น
ขอบคุณนะคะที่เขียนบล๊อกดีดีอย่างนี้ให้อ่าน
หนูจะจำไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเลยค่ะ
และสุดท้าย เป็นกำลังใจให้พี่ผู้เขียนนะคะ
อย่าได้ท้อ และขอให้มีผลงานที่น่าจดจำอย่างนี้เรื่อยๆนะคะ :)
ป.ล. จะลองทำตามคำแนะนำตอนนี้เลยค่ะ ตื่นเต้oไม่ไหวแล้ววววววว ว๊ากกกก ><

#1 By นี่ นั่น นู้น โน้น ค่ะ (103.7.57.18|14.207.112.96) on 2012-12-02 23:34